English







SMARTPHONE ADDICTION & BAD SIDE EFFECTS


                ทันทีที่คุณรับสมาร์ทโฟนเข้ามาอยู่ในชีวิต กดคลิกแอพฯ เกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์คมาใช้การ นั่นแปลว่าคุณได้เปิดประตูตอนรับโรคภัยจากเจ้าเทคโนโลยีเหล่านี้มาสู่ตัวแล้ว และนี่คือนิยามของอาการป่วยใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากผลพวงของสมาร์ทโฟน ซึ่งพอรู้แล้วบอกเลยว่า ไม่สมาร์ทต่อสุขภาพเอาเสียเลย

                1. Cell Phone Elbow ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม พิมพ์ข้อความ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้คุณต้องเคลือนนิ้วไปมาบนสมาร์ทโนเป็นเวลานานๆ นั่นเป็นการล็อกให้เส้นประสาทบริเวณข้อศอกเกิดการยึดเกร็ง เลือดไปเลี้ยงเส้นเลือดไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการขาบริเวณนิ้วกลางและนิ้วนางเจ็บจี๊ดที่ปลายข้อศอก เรียกอาการนี้ว่า Cell Phone Elbow
                2. Text Claw มีบางคนที่ชอบถือและเล่นโทรศัพท์ด้วยมือเดียว โดยพยายามจะใช้นิ้วโป่งควบคุมสมาร์ทโฟนทั้งเครื่อง หรือพิมพ์ข้อความทั้งหมดให้ได้ จนเกิดเป็นลักษณะมือที่คล้ายอุ้งเท้า เป็นอาการที่เรียกว่า Text Claw เกิดจากการส่งข้อความมากเกินไป ทำให้ปวดข้อนิ้วโป้ง ปวดข้อมือ เป็นต้นเหตุของโรคข้ออักเสบ คนไทยรู้จักอาการนี้ในภาษาชาวบ้านเรียกว่า นิ้วล็อก
                3. Sleep Texting ช็อคแน่ๆ หากตื่นนอนมาแล้วพบว่า เมื่อคืนคุณส่งข้อความไปให้กับใครบางคนโดยไม่รู้ตัว อาการที่ว่านี้คือผลข้างเคียงจากการที่คุณติดโทรศัพท์มากๆจนถึงขั้นละเมอส่งเท็กซ์ หรือละเมอพิมพ์ข้อความ เรียกว่า Sleep Texting หากคุณมีอาการที่ต้องหยิบมือถือทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนหรือวิตกกังวลทุกครั้งที่มีสัญญาณเตือนสมาร์ทโฟนดังแล้วไม่ได้เช็คหรือตอบข้อความ คุณมีสิทธิ์เป็น Sleep Texting โดยไม่ต้องสงสัย ซึ่งแพทย์ระบุว่าอาการดังกล่าวจะรบกวนการนอนหลับพักผ่อน และส่งผลในแง่ลบต่อองค์รวมของสุขภาพในที่สุด
                4. Text Neck และ iPosture นิยามของคนที่มีอาการไหลห่อคอตกจากการก้มมองโทรศัพท์จนรู้สึกปวดเมื่อยคอ สะบัก ลุกลามไปถึงหัวไหล่ ซึ่งหากเป็นหนักๆ เข้าอาจโยงใยไปสู่อาการปวดหัว ปวดแขน และปวดตามข้อต่อต่อได้ ส่งผลเสียให้ร่างกายเติบโตแบบผิดรูปผิดร่าง เส้นเอ็นอ่อนแอ สันหลังด้านบนปูดบวม เส้นประสาทถูกกดทับ น่ากลัวน้อยซะที่ไหน
                5. Nomophobia อาการทางจิตเวชที่ดัดแปลงชื่อบัญญัติมาจากคำว่า “No-Mobile-Phone Phobia” แปลเป็นไทยได้ว่า “โรคกลัวไม่มีมือถือใช้” สังเกตง่ายๆคือ หากเวลาแบตโทรศัพท์หมด หรือเวลาคุณหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีสัญญาณมือถือ เช่น ในต่างประเทศ หรือบนเขาบนดอย แล้วรู้สึกเครียด จิตตก หงุดหงิด ที่ไม่สามารถใช้มือถือได้พึงรู้เลยว่า คุณแอดเข้ากรุ๊ปโนโมโฟเบียเรียบร้อยแล้วละ
                6. Computer Vision Syndrome และ Cyber Sickness หากมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม อาการเช่นนี้ ยาดม ยาหอม ยาหม่อง ช่วยได้บางส่วน แต่ถ้าจะให้ผลชะงัด คุณต้องหากจากสมาร์ทโฟนเสียบ้าง เพราะสัญญาณที่บอกว่าแสงจากจอมือถือกำลังเล่นงานประสาทตาของคุณ ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ สายตาพังแน่ๆบร้อยแล้วละ
                7. Phantom Smartphone Vibration Syndrome คำว่า “มโน” ที่กำลังฮิต น่าจะเหมาะแก่การอธิบายอาการที่เรียกว่า Phantom Smartphone Vibration Syndrome หรืออาการนึกว่ามือถือสั่นยังไม่ได้สั่น พบได้ 7 ใน 10 ของคนใช้สมาร์ทโฟน ในเวลาที่รอรับสายหรือรอข้อความจากคนสำคัญ


ที่มา : นิตยสาร 24/7 V.8 No.216 ฉบับ 04-10 ธันวาคม 2557
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


หน้าหลัก >> ชุมชนคนรักสุขภาพ >> ข่าวและกิจกรรมต่างๆ