English







RUN & MUSIC


หากลองสังเกตมองไปรอบๆ ตัวตอนนี้คุณมองเห็นไหมว่าเทรนด์การออกกำลังกายช่วงนี้คืออะไร?

                แอโรบิค ฟิตเนส โยคะร้อน จักรยาน T25 หลบไป ตอนนี้ยุค Running Era เพราะวิ่งกลายเป็นกิจกรรมของชาวฮิปสเตอร์ไปแล้ว และเพื่อดึงดูดนักวิ่งยุคใหม่ จึงมีการสร้างสรรค์อีเวนท์แข่งวิ่งที่มีความพิเศษและน่าสนใจมากขึ้น เช่น เพลงกับการวิ่งถูกจับมารวมกัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขณะวิ่งได้จริงๆด้วยคุณประโยชน์ ดังนี้
                เพลงเร็ว : เพลงจังหวะเร็วมีผลอัตราการเต้นของหัวใจ เราเรียกปฏิกิริยานี้ว่า ‘เพลงกระตุ้น’ (Simulative Music) โดยท่วงทำนองของเพลงมีผลต่อการเต้นของหัวใจ เนื่องจากร่างกายจะตอบสนองต่อเสียงเพลง และส่งต่อไปถึงหัวใจเพื่อเร่งอัตราการสูบฉีดให้เข้ากับท่วงทำนองอย่างอัตโนมัติ
                เพลงช้า : เพลงคลาสสิก เพลงแจ๊ส รวมไปถึงเพลงบรรเลงนับเป็น ‘เพลงผ่อนคลาย’ (Sedative Music) มีศักยภาพในการลดอัตรการทำงานของหัวใจให้ทำงานสมูทขึ้น สบายขึ้น ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการออกกำลังกายเบาๆ อย่างการวิ่งจ๊อกกิ้งได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราวิ่งได้นานขึ้น เพราะเพลงช้าช่วยสร้างความอดทนของกล้ามเนื้อ
                เพลงที่ชอบ : ยิ่งเราฟังเพลงที่ชอบก็จะยิ่งทำให้เรามีสมาธิจดจ่อกับเพลงนั้นๆ จนลืมความเหนื่อยที่เกิดจากการวิ่งได้ ยิ่งเราร้องเพลงคลอเบาๆ (หรือจะแหกปากก็ได้ถ้าไม่อาย) จะทำให้เราเพลิน ยิ่งเป็นเพลงเชิงบวกยิ่งเพลินใหญ่
                เพลงดัง : การฟังเพลงดัง แต่ดังในปริมาณที่พอเหมาะและไม่เป็นอันตรายต่อหูจะช่วยกระตุ้นให้เราคึกคัก มีพลังงานในการวิ่งมากขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อเข้าสู่ช่วง Cool Down ก็ควรลดความดังของเพลงลงเพื่อให้ร่างกายเข้าสู่การผ่อนคลาย
                สมมติฐานดังกล่าวสอดคล้องกับผลการวิจัยจิตฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยบรูเนล ลอนดอน (Brunel University London) ก็ระบุว่าการฟังเพลงมีผลทำให้การวิ่งอึดขึ้นถึง 15% ซึ่งมีประโยชน์สำหรับคนอ้วนหรือผู้มีปัญหาด้านหัวใจในการช่วยเพิ่มความอดทน รวมถึงเพลงที่เหมาะกับการออกกำลังกายให้อึดเพลงที่มีจังหวะ 120-140 บิทต่อนาที พร้อมยังให้คำนิยามไว้ว่า “สำหรับนักกีฬา ดนตรีก็คือยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย” และ “คงจะดีถ้าเราได้ฟังเพลงที่ใช่ในทุกก้าววิ่ง”
                นอกจากนี้ยังคล้ายคลึงกับผลการวิจัยของอาจารย์วรรณี เจิมสุรวงศ์ และอาจารย์อุไรรัตน์ ศรีวิบูลย์ นักศึกษาทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งได้ศึกษาเรื่อง ‘ผลของดนตรีที่มีระยะเวลาในการออกกำลังกายของผู้ที่ออกกำลังกายและไม่ออกกำลังกาย’ โดยศึกษาจากการฟังเพลง 2 ประเภทกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมา คือ
                1) เพลงคัดสรร โดยกลุ่มนี้จะได้ฟังเพลงที่ถูกคัดเลือก โดยเป็นเพลงไทยที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์
                2) เพลงที่ชอบ กลุ่มนี้จะได้รับอนุญาตให้ฟังเพลงที่พวกเขาชอบและคุ้นเคย
                จากนั้นได้ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 18-22 ปี จำนวน 18 คน แบ่งเป็นกลุ่มคนที่ออกกำลังกายประจำ และกลุ่มที่ไม่ออกกำลังกาย แล้วให้ทั้งสองกลุ่มลองฟังทั้งสองประเภท แล้วลองปั่นจักรยานไฟฟ้าที่ปรับความหนืดทุกๆ 1 นาที จนกว่าผู้ทำสอบจะหมดแรง ผลการวิจัยสรุปว่าการฟังเพลงที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น เมื่อเทียบกับการฟังเพลงแนวอื่น และการไม่ฟังเพลงขณะออกกำลังกาย ทว่าคนที่ออกกำลังกายเลย ฟังเพลงอะไรก็ไม่ได้ทำให้อึดขึ้นเลย
                ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมนักวิ่งถึงชอบกิจกรรม Music & Run ที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้ เพราะนอกจากจะช่วยให้วิ่งอึดขึ้นแล้วยังทำให้การวิ่งสนุกขึ้น แต่สำหรับคนที่ไม่ได้อยากออกไปวิ่งกับคนหมู่มาก ก็แค่หยิบรองเท้าคู่เก่ง เสียบหูฟัง และออกไปวิ่งได้เลย ได้ประโยชน์เหมือนกัน ต่างกันแค่ไม่มีรูปก๋ๆ ไปอวดเพื่อนบนโลกโซเชียลเท่านั้น


ที่มา : นิตยสาร 24/7 V.8 No.217 ฉบับ 11-17 ธันวาคม 2557
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


หน้าหลัก >> ชุมชนคนรักสุขภาพ >> ข่าวและกิจกรรมต่างๆ